ลมหายใจของเสียงดนตรี : แกะเทปเพลงฮิต สู่ยุคทองของสตรีมมิ่ง

ย้อนกลับ

ลมหายใจของเสียงดนตรี : แกะเทปเพลงฮิต สู่ยุคทองของสตรีมมิ่ง

05 April 2018 เปิดอ่าน 2943 ครั้ง

17 แชร์

ถ้าตอนนี้คุณเป็นคนอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป ต้องรู้จักและเคยฟังเพลงผ่าน ‘เทปคาสเซ็ต’ มาแน่นอน แล้วยังจำความรู้สึกที่ต้องมานั่งกรอเทปได้ไหม พอได้มานั่งนึกถึงเวลาเหล่านั้นก็รู้สึกว่ามันพึ่งผ่านมาได้ไม่นาน แต่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตที่เข้ามามันเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ไปมากกว่าที่เราคิด

 

ไม่ต้องไปยืนรอหน้าแผง ก็ฟังเพลงของศิลปินที่ชอบได้ทั่วโลก...นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่ใช่แค่คนฟังอย่างเราที่เปลี่ยน แต่ธุรกิจเพลงก็ต้องปรับตามไปด้วย

 

http://www.scmp.com/lifestyle/article/1909742/great-cassette-comeback-dead-technology-gaining-new-lease-life

‘เทป’ ที่คิดว่าจะตาย ก็อาจกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

อาจฟังดูตลกเพราะที่ไทยนี่แทบหาบ้านที่มีเทปคาสเซ็ตเหลืออยู่ไม่ได้แล้ว (แต่ก็็ยังมีอยู่ เพราะคนรุ่นเก๋าก็ยังติดกับการใช้แพลตฟอร์มเก่าๆ)

 

แต่ถ้าลองไปดูทางฝั่งอเมริกา แดนแห่งเสียงดนตรี มีผลสำรวจ Music Year-End Report จาก Nielsen Media Research บอกว่ายอดขายเทปคาสเซ็ทนั้นเพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน แค่เฉพาะในอเมริกาก็ทำยอดขายรวมไปกว่า 174,000 ตลับ!

 

นับว่าเป็นการทำยอดขายได้มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 เลยทีเดียว

 

ซึ่งก็มีหลายคนมองว่าอาจเป็นเพราะสื่อยุคใหม่ ๆ มีการจุดกระแสขึ้นมา และตอนนี้เทรนด์บางอย่างในอดีตเองก็กำลังจะวนลูปกลับมาเช่นกัน อย่างภาพยนตร์ Marvel และ Netflix ที่มีการออกเพลงประกอบภาพยนตร์/ซีรี่ย์ มาในรูปแบบเทป

 

“ความทรงจำวัยเด็กบางอย่างมันเกิดขึ้นมาพร้อมกับเทปคาสเซ็ต”

James Vincent McMorrow นักร้อง-นักแต่งเพลง

 

    แล้วความทรงจำในวัยเด็กของเราเป็นแบบไหนกันนะ…

 

https://pantip.com/topic/34727707

  • อมิตา ทาทา ยัง : คงไม่มีใครลืมเด็กผู้หญิงใส่หมวกกับเสื้อโซนิคหรอกนะ

  • Zaza : ดังจากยุคเก่ามาจนถึงยุคนี้ สามสาวนี้เขาอยู่มาตั้งแต่ยุคเทปคาสเซ็ตนะจะบอกให้

  • Rapter : เห็นพี่หลุยส์ สก๊อตเป็นนักแสดงชื่อในตอนนี้ แต่ก่อนก็เคยออกเทปเหมือนกัน

  • คริสติน่า : นี่คือตำนานหนึ่งของวงการเพลง ที่เคยมียอดขายถึง ‘ล้านตลับ’ !

 

และนี่ก็เป็นแค่กล่องความทรงจำเล็ก ๆ ที่ยังหายใจอยู่ในวงการเพลงไทย เพราะเด็กในตอนนั้น ก็โตมาจนสามารถเปย์เงินให้กับคอนเสิร์ตของศิลปินเหล่านี้ได้แล้วนั่นเอง

 

https://www.pinterest.com/zacharyrhill/album-covers/

สถานะของ ‘CD’ ที่ยังคงอยู่ แม้วันนี้ไม่สดใสเหมือนเดิม

 

ยอดขายของสื่อนี้ยังคงลดลงเรื่อย ๆ ทุกปี หรือ CD จะรักษาสถานะนี้ได้อีกไม่นาน...

 

เมื่อก่อนนี่เวลามีอัลบั้มของศิลปินที่ชอบออกมาเมื่อไหร่ ต้องรีบพุ่งไปซื้อซีดี ดีวีดีทันที แต่พฤติกรรมของคนฟังเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แล้ว และสาเหตุหลักที่ CD ไม่สำคัญเหมือนเดิม ไม่ใช่เพราะดิจิทัลอย่างสตรีมมิ่ง แต่เพราะการครอบครองเพลงอย่างผิดกฏหมายต่างหาก

 

คงพอจำกันได้ ยุคของแผงซีดีเถื่อน ที่วางขายซองละ 20 บาท ในขณะที่แผ่นแท้ราคาหลักร้อย หลายคนเลยเลือกแผ่นผี เพราะราคาถูกแต่คุณภาพทัดเทียมกัน

 

มีบทความหนึ่งจาก salon เคยบอกว่าที่ CD ยังไม่ตาย ก็เพราะว่าคนยังต้องการ ‘สะสม’ กันอยู่ บางอย่างมันอาจจะลิมิเต็ด หรือแฟนคลับของศิลปินยังต้องการอะไรที่เป็นรูปธรรมอยู่นั่นเอง CD ยังคงมีอะไรบางอย่างที่สตรีมมิ่งในปัจจุบันทำไม่ได้

 

ภาพปกอัลบั้มสวยๆ  กระดาษเนื้อเพลงที่ซ่อนอยู่ภายใน...นั่นแหละสิ่งที่จับต้องได้ ซึ่งสตรีมมิ่งไม่มี

 

https://www.pcmag.com/article/348027/the-best-free-music-download-sites

ก่อนมีสตรีมมิ่ง คือยุคทองแห่งการ ‘ดาวน์โหลด’

 

ถ้าคุณรู้จักการฟังเพลงผ่านเครื่องเล่น MP3 และการดาวน์โหลดเพลงผ่าน 4Shared เราเกิดมาในยุคเดียวกัน

 

อีกหนึ่งตัวการที่ทำให้เทป และซีดีค่อย ๆ ถูกเมินไปในที่สุด เพราะส่วนใหญ่มัน ‘ฟรี’ ยังไงล่ะ! คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วว่าทำไมคนฟังถึงมีพฤติกรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไป เพราะมันมีสิ่งที่สะดวก ง่าย ประหยัดเงิน ประหยัดเวลามากกว่า

 

แต่สำหรับธุรกิจเพลงที่เปิดดาวน์โหลดแบบเสียเงิน อย่างถูกลิขสิทธิ์นั้นกลับมียอดขายเพลงที่ลดลงเช่นกันทางฝั่งอเมริกา ถามว่าตอนนี้ยังมีคนใช้วิธีดาวน์โหลดกันอยู่อีกไหม? เชื่อว่ายังมีอยู่แต่ก็ค่อย ๆ ลดลงไปทุกที ผิดกับในบางประเทศอย่างเกาหลี หรือญี่ปุ่นที่ดูเหมือนจะยังรักษามาตรฐานยอดดาวน์โหลดไว้ได้อยู่ (ในเกาหลีบางกลุ่มศิลปินก็แตะหลักล้านดาวน์โหลดนะ)

 

การดาวน์โหลดก็เป็นสิ่งที่คนเขาคิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการ ‘ละเมิดลิขสิทธิ์’ อย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่วายมีคนฟังเพลงแบบผิดกฎหมายเกิดขึ้นอยู่ดี และนั่นเองจึงเป็นที่มาว่าทำไม Apple Music, Spotify, Joox จึงได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้

 

https://fieldguide.gizmodo.com/switch-streaming-music-services-without-losing-your-son-1770995990

ลมหายใจใหม่แห่งวงการดนตรี บริการ ‘สตรีมมิ่ง’ ที่แข่งกันเอาเป็นเอาตาย

 

เป็นสนามที่ดุเดือดมากจริง ๆ ซึ่งจากผลสำรวจก่อนหน้าก็ระบุมาด้วยว่ามียอดการฟังผ่านสตรีมมิ่งเพิ่มขึ้นถึง 58% และมันกำลังจะกลายเป็นเม็ดเงินมหาศาล

 

ดูอย่าง Spotify ที่เปิดขายหุ้นเป็นวันแรก เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 ในตลาดหุ้นนิวยอร์ค ก็พุ่งขึ้นไปสูงถึง 12.9% นับว่าเป็นการให้บริการสตรีมมิ่งเพลงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นมูลค่ากว่า 26.5 พันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว หรืออย่าง Apple Music ก็มีสมาชิกแล้วมากกว่า 38 ล้านรายในปีนี้

 

 

นี่คือสถิติแสดงตัวเลขของจำนวนคนเสียค่าสมาชิกไปกับการฟังเพลงสตรีมมิ่ง จะเห็นว่าตัวเลขนั้นก้าวกระโดดขึ้นมาเรื่อย ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ “บริการเพลงแบบสตรีมมิ่ง” กลายเป็นช่องทางหลักของคนฟังเพลงแบบเสียเงิน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอย่างแน่นอน

 

สตรีมมิ่งช่วยให้คนเข้าใจถึงการฟังเพลงแบบ ‘ถูกลิขสิทธิ์’ กันมากขึ้น และสร้างความ win-win ให้ทั้งฝ่ายคนฟัง และศิลปินเลย นับเป็นข่าวดีที่เรื่องนี้จะไม่ถูกมองข้ามอีกต่อไป


 

 

ตัวเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ยังมีทั้งเทป ซีดี ดาวน์โหลดเพลงมาฟัง และฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งไปด้วย ถึงจะเป็นเพลง ๆ เดียวกัน ความรู้สึกกับเพลงจากแต่ละสื่อก็แตกต่างกันอยู่ดี ไม่รู้เลยว่าอีก 10-20 ปีข้าง การฟังเพลงของเราจะเป็นแบบไหน

แต่ทุกครั้งที่มีอะไรใหม่ ๆ เข้ามา มันก็ทำให้เราได้หวนนึกถึง ‘ครั้งแรก’ ของมันเสมอ ตราบเท่าที่สิ่งเหล่านี้ยังมีลมหายใจ...

 

 

Written by Chayanis

ที่มา :

https://www.salon.com/2018/02/10/the-cd-is-dead-not-so-fast/

https://www.theverge.com/2018/4/3/17194208/spotify-ipo-nyse-music-streaming-market-valuation

https://www.unlockmen.com/check-in-unique-places-chevrolet-tbz

https://today.line.me

https://www.dailygizmo.tv/2018/01/08/cassette-tape-new-high/

https://www.statista.com

 


คุณได้ทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

กรุณายืนยันอีเมลของท่าน
ทางเราจะส่งลิ้งยืนยันไปที่อีเมลของคุณ ภายใน 24 ชม.

เสร็จสิ้น

สำเร็จ! คุณได้ทำการยืนยันอีเมล์เรียบร้อย

กรุณาเข้าสู่ระบบใหม่อีกครั้ง

เสร็จสิ้น

ขอบคุณที่จองศิลปินกับเรา :)

เราจะติดต่อกลับไปหาคุณโดยเร็วที่สุด
คุณสามารถตรวจสอบสถานะการจองได้ที่หน้าโปรไฟล์ของคุณ
เสร็จสิ้น