ของมันต้องมี ดนตรีมันต้องมา! “ฮิพฮอพ-สตรีมมิ่ง-คอนเสิร์ต”เทรนด์มันส์มาแรงปี 2018

ย้อนกลับ

ของมันต้องมี ดนตรีมันต้องมา! “ฮิพฮอพ-สตรีมมิ่ง-คอนเสิร์ต”เทรนด์มันส์มาแรงปี 2018

25 March 2018 เปิดอ่าน 1204 ครั้ง

11 แชร์

เป็นการเปลี่ยนผ่าน 1 ปีที่มีเรื่องให้โฟกัสเยอะมาก เรื่องดารา การเมืองสะเทือนวงการ หรือแม้แต่เรื่องธุรกิจที่ถูก Disrupt โดยเทคโนโลยี รวมไปถึงเรื่อง ‘ดนตรี’ ที่ไม่เคยตกยุค และไม่เคยหยุดเปลี่ยนแปลง

 

Keith Hatschek, Music Director ในมหาวิทยาลัยแปซิฟิก ได้เขียนผ่านบล็อก Disc Makers ถึงแนวโน้มของเทรนด์วงการดนตรีที่จะมาแรงในปี 2018 ซึ่งเชื่อว่าบางคนอาจจะพอคาดเดากันได้ว่าเทรนด์ไหนจะมาแรง

เทรนด์ที่เราคิดว่าฮิต อาจไม่ใช่ดาวเด่นของเรื่องนี้ก็ได้…

 

1.Hip Hop : จากแร๊ป ‘Yo!’ สู่เพลงฮิตติดหูคนฟัง

 

บางคนถ้านึกไม่ออก ก็มองผ่านดนตรีนี้ผ่านภาพศิลปินบ้านเราอย่างโจอี้บอย หรือวงไทเทเนียมก็ได้ คงจะพอได้ยินเสียงเพลงอยู่ใช่ไหม?

 

เมื่อปี 2012-2017 มีตัวเลขออกมาว่าศิลปินที่ครองชาร์ตเพลงในกระแสหลักส่วนใหญ่เป็นศิลปินฮิพฮอพ และช่วงครึ่งแรกของปี 2017 ที่ผ่านมาพบว่าในอเมริกาเองก็ถูกศิลปินฮิพฮอพครองชาร์ตไปเยอะทีเดียว (ดูตามจำนวนสตรีม)

 

 

จะเห็นว่า Drake เป็นศิลปินที่มีการสตรีมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีผู้ฟังกว่า 6 พันล้าน ซึ่งเขาคนนี้เป็นศิลปินสายแร็ป ความพีคคืออันดับ 2 และ 3 ก็เป็นเพื่อนในวงการฮิพฮอพเหมือนกัน!

 

ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมตัวเลขมันถึงเป็นพันล้าน ไม่ใช่แค่หลักล้าน เพราะเดี๋ยวนี้สตรีมมิ่งกลายเป็นช่องทางหลักในการรับฟังเพลงไปแล้ว อาทิ Spotify, Apple Music และ YouTube นี่คือโลกของเสียงเพลงที่พาเราเข้าถึงดนตรีที่แตกต่าง

 

กลับมาที่ชุมชนฮิพฮอพของเรากันต่อ...นอกจากหลักฐานข้างบนที่ว่ามาแล้วนั้น ยังมีการหลักฐานรางวัล Grammy ในปีที่ผ่านมา ก็มีรายชื่อศิลปินฮิพฮิพถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้วย อย่าง Jay-Z และ Kendrick Lamar เป็นต้น

 

ความจริงในอเมริกา งาน Grammy นี่เป็นเหมือนงานตัดสินเทรนด์การฟังเพลงของคนเหมือนกันนะ ถึงในไทยเพลงแนว Pop จะยังเป็นสายฮิต แต่แนวฮิพฮอพก็ใช่ว่าจะถูกละเลย ขนาดตอนรายการ ‘Rap is now’ เข้ามา แต่ละคลิปก็มีคนเข้าชมหลักล้านเหมือนกันนะทำเป็นเล่น

 

2.Streaming : จากเทรนด์ สู่ตัวละครหลักบนสนามดนตรี

 

ไม่ต้องไปนั่งย้อนดูข่าวปีที่แล้วเลย เพราะในปีนี้แทบจะทุกที่เริ่มกระโจนเข้าหาสตรีมมิ่งอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ในวงการหนัง แต่วงการดนตรีก็ดุเดือดไม่แพ้กัน

 

เมื่อต้นปี "JOOX" ได้เผยว่าการฟังเพลงในกลุ่ม Streaming เติบโตขึ้นถึง 60% ขนาดที่ว่าปีที่แล้วมียอดดาวน์โหลดแอปนี้มากถึง 50 ล้านครั้ง (ไม่ใช่เล่น ๆ เลย) นอกจากนี้แล้วยังมีข่าวที่ Spotify ประกาศขายหุ้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และยังจะเปิดเพิ่มในอีก 4 ประเทศด้วย

 

Apple Music มียอดผู้ใช้บริการทั่วโลกกว่า 30 ล้านราย และยังมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ที่ผ่านมาอาจจะเป็นแบรนด์เก่าที่หลายคนคงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่ล่าสุดอีคอมเมิร์ซระดับโลกอย่าง Amazon ก็เปิดบริการ Prime Music ในอินเดีย...เอากับเขาสิ!

 

 

“Streaming จะทำเงินเป็น 2 เท่าไปจนถึงปี 2020 และเติบโตเรื่อย ๆ” - เว็บไซต์ Financial Times

 

นอกจากนี้การให้บทสัมภาษณ์ใน Billboard ยังบอกอีกว่าขนาด Ed Sheeran (ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4 ในอเมริกาเมื่อปี 2017) ก็มองว่าสตรีมมิ่งจะเป็นช่องทางในการเพิ่มเพลงของเขา เพื่อเข้าหาแฟน ๆ ได้แบบสบาย ๆ

 

แต่ในความยิ่งใหญ่ของเทรนด์นี้ก็มีการถกเถียงถึงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ หรือแม้แต่เรื่องลิขสิทธิ์ก็ตาม Taylor Swift เคยกล่าวว่า “บริการ Music Streaming นั้นจะลดคุณค่าของเพลง (Devalue) ทำให้คนไม่รู้สึกว่าต้องซื้อเพลง หรือต้องจ่ายเงินเพื่อการฟังเพลงอีกต่อไป”

 

3.การแสดงสด : จากศูนย์ สู่รายได้หลักล้าน

 

ในบ้านเราอาจจะดูไม่ค่อยบูมเท่าเมื่อก่อน ที่ทุกคนจะต้องแห่กันไปจองตั๋วที่ Thaiticket ตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนเปิดขาย แต่ในภาพรวมแล้วนับว่าธุรกิจเพลงการแสดงสด หรือ Live กำลังเติบโตและกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง

 

ในอเมริกาคาดว่าในปี 2020 ตลาดนี้จะโตเพิ่มเป็น 12 พันล้านดอลลาร์ มาลองดูกันว่าในอเมริกาเขาฮิตกันไปมากขนาดไหน?

 

เริ่มต้นด้วยการดูแนวโน้มยอดขายตั๋วคอนเสิร์ตทั้งหมดโดยใช้ข้อมูลจาก Pollstar บอกว่า กลางปี ​​2017 พวกเขามียอดขายตั๋วเพิ่มขึ้น 3.5% จากรายงาน Top 50 ทัวร์ทั่วโลกในช่วงหกเดือนเดียวกันในปี 2016 (ตั๋วเพิ่มขึ้นกว่า 23 ล้านใบที่ขายได้)

 

 

ลองสังเกตกราฟตัวนี้แบบง่าย ๆ เราจะเห็นว่าเส้นของ Live Music นั้นเติบโตมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2010

 

เดี๋ยวนี้บ้านเราอย่างสังกัด Grammy ก็จัดคอนเสิร์ตรุ่นเก๋าเป็นจำนวนมาก อาทิ ทาทา ยัง, แอม เสาวลักษณ์, คริสติน่า เป็นต้น เจาะกลุ่ม Baby Boomer เพราะคนกลุ่มนี้เน้นการใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อน มากถึง 120 พันล้านดอลลาร์ และนิยมดูคอนเสิร์ต ดูการแสดงสดถึง 44% เพิ่มขึ้นจาก 10ปี ที่แล้วถึง 38% ซึ่งเชื่อว่ากิจกรรมเหล่านี้จะทำให้เชื่อมต่อกับคนอายุน้อยกว่าได้ (จากบทความของคุณGeng Sittipong S.ปี 2016)

 

หรือจะสังเกตว่าช่วงนี้จะเห็นนักร้องไปร้องตามร้านอาหาร ตามงานพิธีต่าง ๆ มากขึ้น ชนิดที่ว่าคิวไม่ว่างกันเลยทีเดียว เพราะอิทธิพลจากรายการเพลงในไทยที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนั่นเอง

 

และนี่ก็เป็น 3 เทรนด์หลัก ๆ ของวงการดนตรีที่ต้องจับตา ไม่ใช่แค่สไตล์เพลง แต่ยังเหมาไปถึงรูปแบบและแพลตฟอร์มเพลงที่จะมาแรงในช่วงนี้ด้วย

 

ของมันต้องมี ดนตรีมันต้องมา! อย่าปล่อยให้ตัวเองถูก Disrupt ด้วยโลกของเพลงที่เปลี่ยนแปลงไป มองให้ไกล ฟังให้ต่าง แล้วจะรู้ว่าวงการนี้มันเดินไปไวกว่าที่เราคิด…

Written by Chayanis

ที่มา : http://blog.discmakers.com/2018/01/music-trends-in-2018/

https://gengsittipong.com/สรุป-สรุปเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในปี-2017-f192d492b4e9

https://www.statista.com/statistics/189384/top-music-artists-ranked-by-internet-streams-2010/

https://www.davidbaird.net/live-music-growth-engine-music-business/

http://www.johannesripken.com/streaming-revenues-2017-double-just-one-year/


คุณได้ทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

กรุณายืนยันอีเมลของท่าน
ทางเราจะส่งลิ้งยืนยันไปที่อีเมลของคุณ ภายใน 24 ชม.

เสร็จสิ้น

สำเร็จ! คุณได้ทำการยืนยันอีเมล์เรียบร้อย

กรุณาเข้าสู่ระบบใหม่อีกครั้ง

เสร็จสิ้น

ขอบคุณที่จองศิลปินกับเรา :)

เราจะติดต่อกลับไปหาคุณโดยเร็วที่สุด
คุณสามารถตรวจสอบสถานะการจองได้ที่หน้าโปรไฟล์ของคุณ
เสร็จสิ้น